[ESBR] Tanabata

posted on 30 Jul 2014 22:19 by loveyanisa

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 
 
 สังกัด 
 
 
 
 
 
หอ เวสต์
 
 
ขอรวมกิจกรรมที่เข้าร่วมทั้งสองกิจกรรมในเอนทรี่เดียวนะคะ U v U
#หากไม่สะดวกแจ้งได้นะคะ ;; v ;;
 
 
---------------------------------------------------------
 
 
*อีดิทเพิ่มค่ะ เกือบลืมไปเลย #จริงๆคือลืมตรงนี้ไปแล้--
 
 
ชุดที่ใส่เข้าร่วมให้กลมกลืนกับเทศกาลครัช U v U,,,
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------
 
เริ่มจาก
 
Tanabata Dare
 
 
แข่งไปรอบเดียวค่ะ รอบแรก ;; v ;;)
 
กับ เครนคุง @Crain_ESBR #MOCNorth
 
ผล :: เสมอ :: 
 
บทลงโทษของทางเรา คือนี่ก่ะ..
 
"ใส่เสื้อสกรีนลายฟินิกซ์(ปลากัดของนาง #...)ซักวันนึงสิ ! ฉันอยากเห็นล่ะ ! * v *"
 
https://twitter.com/Crain_ESBR/status/486144100106633216 [ลิงค์รูทที่โรลกันนะก๊ะ]
 
 
ส่วนบทลงโทษของเครนคุง..
 
 
 
 
เพราะว่าผปค.รอบแรกจบก็ชิ่งไปทำงานทำการบ้านอันมากมายก่ายกองที่ดองไว้เลยไม่ได้โรลตามบทลงโทษเท่าไหร่ ขออภัยนะคะ U v U
 
แล้วพองานเสร็จกลับมารอบสุดท้ายก็จบแย้ว /แง
 
ขอบคุณเครนคุงและผปค.ที่มาเล่นด้วยกันมั่กๆเลยค่ะะะ U ///U)๗
 
ทางนี้อาจจะทำอะไรไม่ดีไปก็ขอโทษด้วยนะคะ ตอนโรลยอมรับว่าเบลอมากจริงๆค่ะ สติเราหลุดไปกับงานแล้วให้คิลคิลนั่งตอบเมนชั่นเอง(...) แง้ 
 
 
 
 
-//บ้าจีๆนี่สั่งบทลงโทษอะไรไปกันสติสตังไปหมดเยยฮือ
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
และอีกกิจกรรมนึงนะคะ
 
Tanabata Wish
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

          เคอร์เนริล สถาบันเมสเตรีย มหาลัยปีหนึ่ง สายเซเบอร์ หอเวสต์... ใช้ชื่อเล่นว่า คิล ...และนั่นคือเขาเอง

 

          วันนี้เขาได้รับภารกิจมาบางอย่าง...ภารกิจในวันแสนโรแมนติกวันหนึ่ง ‘ทานาบาตะ’

 

          สิ่งที่ต้องทำ คือทำให้คำขอของคนๆหนึ่งเป็นจริง...............นั่นคือสิ่งที่เขาได้ยินมา

 

‘ขอให้ได้กอดใครสักคนนานๆ’

Valerie Cloet

 

          แค่เห็นครั้งแรก..ก็รู้สึกได้เลย ว่าเจ้าของลายมือนั้นต้องน่ารักและอบอุ่นมากแน่ๆ....และ..เขาก็หวัง..

 

หวังว่าเขาจะช่วยให้คำขอเป็นจริงได้ 

 

และ หวัง..

 

หวังว่าคนที่อบอุ่นขนาดนั้น จะยอมรับเขาเป็นเพื่อน

 

 

 

 

          ตอนนี้เขาเดินทางมาที่หออีสต์ เพราะรู้มาว่าเจ้าของคำขอนั้นอยู่ที่หอฝั่งตรงกันข้ามนี่... ระหว่างทางมาก็คิดไปสารพัดว่าจะตามหาด้วยวิธีไหนยังไงดี..และพอมาถึง คนๆแรกที่เห็น ก็คือ หญิงสาวสะสวยคนหนึ่ง อาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างแต่เป็นที่แน่นอนว่าไม่ได้รู้จักหรือเคยคุยกันมาก่อน.....ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร! ถึงยังไม่รู้จัก งั้นก็เข้าไปรู้จักตอนนี้เลยไงล่ะ!

 

          “..อ้ะ..นี่นี่ นี่นี่”  หญิงสาวที่อยู่ตรงข้างหน้าตรงนั้นอาจจะช่วยอะไรเขาได้ ที่เรียกเพราะคิดแบบนั้น  

 

          “โทษทีน้า เธออยู่หออีสต์รึเปล่าน่ะ”  พยายามทำหน้าเป็นมิตรให้เหมือนคนปกติ.... จู่ๆเข้าไปถามจะถูกมองว่าแปลกๆรึเปล่านะ? 

 

          “ใช่..”  คิ้วเรียวสวยเลิกคิ้วอย่างเกิดคำถาม  “มีธุระอะไร..?

 

"ดีเลย ! ฉันกำลังตามหาคนอยู่นะ รบกวนหน่อยได้ม้า” 

 

          “..เอาสิ มาหาใครล่ะ?”

 

           “ขอบใจนะ ! ฉันมาตามหา-- ..เอ๊ะ  คนที่ชื่อ..วา วาเล เลอ รี ....ประมาณนั้นน่ะ!”  เอ่ยอ่านชื่อที่เขียนในสี่เหลี่ยมคำขออย่างไม่มั่นใจนัก...ก็ฉันไม่เก่งเรื่องภาษานี่นา...

 

           “วาล......วาล ปีสามแลนเซอร์..หอตะวันออก”  คนฟังพูดแก้ชื่อให้ถูกต้อง แต่ดูแล้วน่าจะเป็นชื่อเล่นของคนๆนั้นมากกว่า แถมยังบอกสายการเรียน และยืนยันหอเพิ่ม แสดงอย่างชัดเจนว่าคนพูดรู้จักเจ้าของชื่อนั้นเป็นอย่างดี

 

            “เอ๋..ชื่อวาลหรอกหรอ แปลว่าเธอรู้จักเขาใช่ม้า ! ดีจัง !”  เจ้าตัวดูตื่นเต้นยินดีพอสมควรเมื่อคิดว่าเจ้าของใบคำขอน้อยๆนี้ไม่ได้หายากอย่างที่คิด ..ว้าว รู้จักกันด้วยล่ะ! โชคเข้าข้างฉันแล้ว รู้สึกมั่นใจเพิ่มขึ้นเลยล่ะ!

 

            "อืม.. แล้วนายมีอะไรกับเขางั้นเหรอ?”

 

             “ฉันมาทำให้คำขอของเขาเป็นจริงล่ะ !”  ตอบคำถามไปตรงๆอย่างไม่ปิดบัง เพราะก็ไม่ได้จำเป็นต้องปิดบังอะไรนี่นะ

 

             “... แล้ว..นายจะทำยังไง?”  พอได้ยินดังนั้นน้ำเสียงของหญิงสาวแอบสะดุดไปช่วงเล็กๆ แต่ก็ยังไม่มากพอที่อีกคนจะสังเกตได้

 

             “เฮะ.....เอ..อ่า... น นั่นสินะ...”  เพราะเจ้าตัวมัวแต่คิดว่าจะหาตัวอีกฝ่ายเจอยังไง จนลืมคิดรื่องที่สำคัญกว่าอย่างจะทำให้คำขอเป็นจริงยังไง เลยทำให้ตอบไม่ได้ในทันที

 

            “ฉัน...ก็...คงจะทำตามที่ใบนี่เขียนล่ะน้า”  เป็นคำตอบที่เหมือนตอบปัดๆไม่ก็ตอบโง่ๆอะไรแบบนั้นมาก...ฉันก็แค่ตอบตรงๆเฉยๆนะ!

 

            “จะไปหาใครมาให้เขากอดกัน?”  เสียงหวานกว่าเอ่ยถามออกมาเหมือนลืมตัว และอีกครั้งที่ฝ่ายชายนั้นไม่ได้สะดุดคิดสงสัยอะไรซักนิด

 

            “เห  ฉันไง?”

 

            “เขาไม่ถูกกับผู้ชายเท่าไหร่ ฉันว่านายอย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงดีกว่ามั้ง ยิ่งกำลังจะเจอกันครั้งแรกด้วยแล้ว..”  หญิงสาวเอ่ยเรียบรื่น ประหนึ่งคนที่รู้จักเจ้าตัวเป็นอย่างดี

 

            “ไม่ถูกกับผู้ชายงั้นหรอ... ทำไมล่ะ ฉันก็แค่มาทำให้คำขอเป็นจริงเฉยๆเองน้า”

 

            “เหตุผลอะไรฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ถ้านายพยายามจะเข้าไปกอดเขาด้วยตัวเองฉันว่านายก็ต้องเละเป็นโจ๊กแน่ๆ..”  ฝ่ายสาวเจ้าเอ่ยตอบด้วยเสียงราบเรียบและสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

 

              “ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก~ ก็เขาเขียนว่าอยากกอดใครซักคนนี่นา ไม่ได้อยากให้ใครมากอดซะหน่อย” 

 

              “มันก็ถูกล่ะ แต่มันเสี่ยงจริงๆนะ..เธอต้องดูตรงคำว่า "นานๆ" ด้วย..”  อีกครั้งที่เธอเผลอหลุดพูดออกมา แต่เขาก็ยังไม่เอะใจสงสัย..

 

               “เสี่ยง?...ฮืม..แสดงว่าเขาดูอันตรายงั้นหรอ?”  คิ้วสีเข้มขมวดน้อยๆอย่างสงสัยใคร่รู้

 

               “อืม สำหรับคนไม่รู้จักก็อันตรายพอสมควร..  นายจะกอดเขาจริงเหรอ?”

 

               “เห...ฉันอยากรู้จักบ้างจังเลยน้า ...แล้ว...เรื่องกอดนี่ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำกันหรอกหรอ ?”  สำหรับบ้านเขาการแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นเรื่องธรรมดาๆ ซึ่งอาจจะธรรมดาพอกับกระพริบตาไปแล้วด้วยซ้ำ..

 

               “มันก็เกือบจะเป็นเรื่องปกติล่ะนะ แต่พอดีเขาไม่ปกติ..”  พูดไปเธอก็แอบสั่นขาไปนิดๆอย่างคนกำลังคิดหนัก แต่ก็ยังไม่เป็นที่สงสัยอะไรสำหรับชายหนุ่มที่อยู่ไม่สุขตลอดเวลาแบบเขา

 

               “ไม่...ไม่ ปกติ?”  คำว่าไม่ปกตินั้นเป็นตัวดึงดูดความสนใจของเขาอย่างมาก

 

               “อืม ไม่ปกติ.. ถึงได้บอกว่าไม่ถูกโรคกับผู้ชายเท่าไหร่  เอาล่ะ นายจะยังกอดเขาที่ไม่ปกติอยู่มั้ยล่ะ?”

 

               “เอ..ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอกน้า~ แต่ที่ว่าไม่ถูกโรคกับผู้ชายนี่...ฮืมมม..เรื่องใหญ่จริงๆด้วยแฮะ”

 

              “..อืม...ฉันก็ว่างั้น...”

 

              “งั้น...อย่างแรก...พาฉันไปหาเขาทีสิ !”  เพราะว่าตอนนี้ยังคิดไม่ออก..เขาเลยขอไปเจอเจ้าตัวก่อน พอถึงตอนนั้นแล้วก็ค่อยไปคิดละกัน..นั่นเป็นความคิดง่ายๆที่ถูกแสดงไป

 

              “ไม่ต้องหรอก เขาอยู่นี่แล้วล่ะ..”  และความจริงก็เอ่ยออกมา ที่เธอรู้จักและสามารถพูดเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของคำขอนั่นได้เป็นอย่างดี เพราะว่านั่นคือ ตัวเธอเอง ...ตัวเองย่อมรู้จักตัวเองดีที่สุด

 

              “เอะ..................เธอคือเจ้าของคำขอหรอ !!”  เพราะการเฉลยที่กระทันหันและคาดไม่ถึงทำเอาคนสมองช้าตามไม่ทัน และตกใจจนเผลอเบิกตากว้าง

 

              “อืม..ฉันวาล.....ว่าไง ยังจะกอดฉันอยู่ไหมหืม?..”  อีกคนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย และถามคำถามกลับไปอีกครั้ง

 

               “โอ้ ! ฉันเคอร์เนริลนะ เรียกคิลก็ได้ มาจากหอเวสต์ล่ะ ! ยินดีที่ได้รู้จักนะ !!” แต่นอกจากที่อีกคนจะไม่ได้ตอบคำถามแล้ว ยังแนะนำตัวเองอย่างรวดเร็วและเสียงดัง แบบคนที่กำลังตื่นเต้น

 

                “อืม สวัสดีคิล...”


                “เธอไม่ถูกโรคกับผู้ชายงั้นหรอ ? จริงๆหรอ ?”

 

                 “....ถ้านายถามย้ำมาอีกครั้ง เดี๋ยวจะลองแสดงให้ดูนะ เผื่อจะได้เชื่อกันบ้าง..”  เอ่ยแล้วเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นทุบบ่าตัวเองเบาๆเตรียมหมุนหัวไหล่พร้อมที่จะแสดงให้ดูเดี๋ยวนั้น

 

                 “เอ๋...ไม่ไม่  ก็แค่สงสัยน่ะ...ก็เธอคุยกับฉันได้ตั้งเยอะนี่นา !”  อีกคนรีบห้ามไว้ก่อนที่เหตุการณ์ใช้ความรุนแรงจะเกิดขึ้น

 

                 “นั่นมันไม่เกี่ยวกัน.. สรุปว่ายังไง? จะกอดฉันสินะ?...”

 

                “แล้ว...อนุญาติให้กอด...มั้ยครับ”  บนหน้านั่นยังประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนเล่นเฮฮาตลอดเวลา

 

                 “ก็ได้อยู่หรอก แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย... แล้วนายก็ห้ามขยับตอนนี้ด้วย.....”

 

                  “อื้อ อง..คิดว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายดูสิ...อ้ะ.. ฉันจะไม่ขยับทำอะไรเธอก่อนหรอก !”  น้ำเสียงขี้เล่นนั่นเปลี่ยนเป็นเสียงที่ดูจริงจังขึ้นมา เจ้าตัวทำหน้าจริงจังตามเสียงเหมือนเป็นการสัญญา

 

                 “ถ้างั้นก็อย่าขยับล่ะ.. ”  เธอว่าแล้วเม้มริมฝีปากเบาๆอย่างคนที่กำลังพยายาม แล้วก้าวเข้ามาใกล้เล็กน้อย เริ่มต้นจากนิ้วเรียวที่ยกขึ้นมาจิ้มๆสัมผัสเบาๆ

 

                 ส่วนอีกคนก็ยืนนิ่งสนิทตามที่บอกเป็นอย่างดี มีก็แต่รอยยิ้มที่ยังคงไม่หุบ

 

                 นิ้วเรียวกดน้ำหนักลงไปเพิ่มเพื่อให้แน่ใจก่อน คิ้วสวยขมวดเข้าหากันขณะสายตามองมาที่อีกคนที่ยังยิ้มไม่เลิก “...มีอะไรน่าขำ?”

 

                 “ไม่ได้ขำครับผม แค่รู้สึกว่า น่ารักน่ะ”  เขาหัวเราะออกมาเบาๆประกอบคำตอบ

 

                วาลเลิกคิ้วแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เธอกลับมาให้ความสนใจกลับอีกอย่างตรงหน้ามากกว่า ขาเรียวก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วเข้าไปกอดหลวมๆ แม้อีกคนจะไม่ได้ขยับจริงๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกเกร็งจนเผลอกลั้นหายใจ

 

               “ใจเย็นๆ..นะ...ไม่ต้องเกร็ง...ฉันไม่ขยับหรอก... ”  นัยน์ตาสีแดงเข้มปิดลง รอยยิ้มขี้เล่นนั่นหายไปแล้วแทนที่ด้วยเสียงเบาๆเรียบๆที่พยายามเอ่ยให้อีกคนรู้สึกสบายขึ้น

 

               “ชู่ว... ”  สัญญาณที่เป็นรู้กันว่าคือสัญญาณของความเงียบ นัยน์ตาสีฟ้าใสปิดลงอย่างข่มใจ แล้วกระชับอ้อมแขนขึ้นทีละนิด ทีละน้อย จนแนบชิดกัน แบบที่เรียกตามปกติว่า ‘กอด’

 

              อีกคนก็ทำตามเป็นอย่างดีโดยการเงียบและนิ่ง เขาอยู่เฉยๆไม่ได้ขยับกอดตอบหรืออะไร เพื่อเป็นการไม่ผิดคำพูด แต่กระนั้นแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มออกมาเล็กๆ ..อย่างที่เขาคิดตอนแรกจริงๆ คนๆนี้น่ารักแล้วก็อบอุ่นมากๆ..และก็นิดนึง..ถึงจะเพียงนิดนึงแต่เธอก็ให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาวคนนึงของเขาเลย

         

             ทั้งสองคนอยู่แบบนั้นพักใหญ่ๆ จนวาลที่กลั้นหายใจอยู่ตลอดเริ่มทนไม่ไหว จึงค่อยๆผละออกมายืนห่างในระยะปกติ เธอกระแอมเบาๆแล้วพยักหน้าหน้านิ่งๆ

 

              หลังจากที่ผละออกมาคิลก็ยังยืนนิ่งเฉยอยู่ในท่าเดิม เจ้าตัวกระพริบตาปริบๆมองเป็นเชิงจะถามว่าเป็นยังไงบ้าง

 

              "ขอบใจที่ช่วย.. ”  เจ้าของคำขอตอบด้วยเสียงนิ่งขรึม และไม่มีปฏิกิริยาอื่นๆนอกเหนือ..

 

            และเพียงได้ยินแค่นั้น อีกคนก็ยิ้มกว้างออกมา  “แค่นี้เอง ยินดีอยู่แล้ว !”

 

 

 

 

 

 

 

*เริ่มต้นเขียนสมุดหน้าใหม่*

วาล ปีสาม แลนเซอร์ หออีสต์

ฉันมีเพื่อนใหม่ชื่อวาลล่ะ !

ถึงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นเพื่อนของเธอแล้วรึยังก็เถอะนะ !

แต่ก็..เป็นการเจอกันครั้งแรกที่สุดยอดเลย

เธอไม่ค่อยถูกกับผู้ชาย...

ถ้าเป็นไปได้..ก็อยากให้มองว่าฉันคือเพื่อนคนนึงที่ชื่อคิล แทนผู้ชายเฉยๆล่ะน้า

งั้นคงต้องพยายามหน่อยล่ะ !

อ้ะ..แล้วฉันก็ยังอยากเป็นคนขอบคุณมากกว่าเธออยู่ดี..

เป็นเทศกาลที่สนุกจังนะ...ทา นา บา ตะ สินะ ?  *เขียนวงกลมย้ำๆรอบชื่อเทศกาล*

จะจำเอาไว้ไม่ลืมเลยล่ะ !

*เขียนวันที่ลงท้าย*

 

----------------------------------------------------------------------------- 

พี่ชายคะ ฟิคแต่งยังไง ทำไมบรรทัดมันเยอะขนาดนี้คะ ก๊อปจากเวิร์ดมาคืออะไรต้องจัดใหม่หมดเยย /พรากแล้วลงไปกราบงามๆทีนึง

และนี่เป็นลิงค์รูทนี้ค่ะ เลือกกดที่ทวีตที่จะทำให้เห็นข้อความทั้งหมดแล้วเรียบร้อยค่ะ จิ้มไปเห็นทุกกะอย่างเยย U v U,,

https://twitter.com/ESBR_Val/status/487590388639600640 

ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้...ยังไม่จบรูทก่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

เก๊าดองเอง แงง ขอโทษมากๆค่ะะะ Y v Y

ขอบคุณคุณวาลและผปค.ด้วยนะคะสำหรับคำขอที่น่ารักมั่กๆและที่มาโรลกัน ฮือออ /ผปค.อยากพุ่งเข้าไปกอดแทนจังเลยค่-- #โดนชก

ถ้าทำอะไรไม่ดีไปก็ขออภัยด้วยนะคะะะ คิลเป็นเด็กที่เด็กจีๆ...ความคิดความอ่านอาจจะแปลกๆซะหน่อย../ซับ #ส่วนผปคก็สติไม่ค่อยเต็ม #พราก

 

-------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้าย ขอบคุณสตาฟทุกท่านที่จัดกิจกรรมขึ้นมานะคะะะะ ! ;; /// ;;)/


[TS] Keslelunz Vernostere

posted on 24 Jun 2014 19:00 by loveyanisa

คอมมูอีกแย้ว ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

คอมมูสุดท้ายในมัธยมแล้วจีๆ เก๊าสัญญา (กะตัวเอง) O<---<

---------------------------------------------------------

 เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

รูปใหญ่

(ไปรเวทจะตามมาที่หลังนะคะ Y v Y //กราบ) #เบลอๆลายเซ็นไปนะคะ

 

 

ชื่อ : Keslelunz Vernostere / คีเซอลลันซ์ เวอนอสเทีย [คิเซกิ]

(อ่านว่า คี-เซิล-ลัน-เวอ-นอส-เทีย แบบนี้นะครัช คล้ายๆเซิว แต่ไม่เซิ่ว ไม่เซิ่ล ไม่เซิน ไม่เซิ่นนะ..แล้วลัน ไม่ลั้น ไม่ลั่นนะคะ U v U #.... ส่วนคิเซกิเป็นชื่อญี่ปุ่นที่คุณแม่ตั้งให้ เรียกกันแค่ในวงคนสนิทหรือครอบครัวก่ะ)


อายุ : 17 ปี


วันเกิด : 3 พฤศจิกายน


เพศ : ชาย


ส่วนสูง/น้ำหนัก : 171 ซม. / 57 กก.


กรุ๊ปเลือด : AB


ชั้นปี : ปี 13


แผนก : west


วิชาเลือก :

-ใบชาเปลี่ยนโลก (ประวัติศาสตร์ชา)

-เศรษฐศาสตร์ในถ้วยชา (ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับชา)



ชา : Black Opera Tea


ภูตชา : แฟรงค์


ชอบ : คอมพิวเตอร์ ,การจิบชา ,ที่เงียบๆสงบๆ


ไม่ชอบ : คืนที่ฝนตก ,คนที่อยู่เหนือการควบคุม ,คนที่พูดไม่รู้เรื่อง ,พวกหัวรั้นเข้าใจยาก ,การโดนสัมผัสตัวเกินความจำเป็น ,ชาชืดๆ ,ไวรัสรุ่นใหม่ๆ ,เสียงดังเอะอะ ,ของสกปรกๆ ,สิ่งที่ไร้ระเบียบ ,การทำอะไรผิดแผนที่วางไว้ ,สิ่งที่ทำให้ตัวเองไปต่อไม่ถูก รวน หรือรู้สึกพ่ายแพ้ ฯลฯ


นิสัย :

-เป็นคนที่ค่อนข้างนิ่งๆ เนี๊ยบๆ ตามแบบฉบับลูกคุณหนู #...

-ยิ้มบ่อยแต่กับคนไม่รู้จักหรือไม่สนิท ประมาณว่ายิ้มธุรกิจ

-ถนัดการยิ้มซื่อๆดูเหมือนจริงใจให้ชาวบ้านหลงเชื่อมาก

-สุภาพแบบร้ายกาจ(?)

-เป็นพวกที่ไม่ทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

-อะไรที่ไม่จำเป็นไม่สำคัญก็ไม่เก็บไม่รักษาไว้

-นิสัยเสีย

-คุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แต่เวลาโกรธทีก็...ค่ะ Y v Y

-ต่อหน้าอาจจะยิ้มแย้มดีแต่ในใจอาจจะคิดร้ายอยู่ก็เป็นได้

-ความใจดีอย่างแท้จริงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ..แบบว่าลึก มากๆ #....

-กับคนที่พอจะสนิทจนไม่ต้องยิ้มหลอกลวงแล้ว ก็จะยิ้มเมื่อเริ่มไม่พอใจ ,ฉุน ,จะเอาคืน ,กดดัน ไม่ก็ต่อว่าทางสายตา(...)

-เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ นิยมระบอบเผด็จการ(?)

-ติดคอมและการจิบชามาก

-เป็นพวกหลับง่ายตื่นง่ายมากๆ แค่ได้ยินเสียงพูด เสียงฝน เสียงอะไรซักหน่อยนึงก็ทำให้ตื่นได้เลย

-เจ้าระเบียบพอสมควร

-รักสะอาด..


ประวัติ :

             เกิดมาในครอบครัวที่มีเชื้อสายราชวงศ์เล็กน้อย แต่ไม่ได้ถือยศถือศักดิ์กันแล้ว พ่อเป็นคนฝรั่งเศส ส่วนแม่เป็นชาวญี่ปุ่น มีพี่ชายสองคน คนโตอายุห่างกับตน 6 ปี ส่วนคนรอง 4 ปี บริษัทที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตการจัดการการจำหน่ายและส่งออกเรื่องกับชา ในตอนเด็ก เป็นเด็กที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริง ขี้เล่น ขี้อ้อน และขี้แกล้งมาก ในขณะเดียวกันก็มีนิสัยเสียและเอาแต่ใจตามแบบฉบับลูกคนเล็ก

            เมื่อตนเองอายุได้ราวๆ 10 ขวบและพี่ชายคนโตอายุได้ 16 ปี พี่ชายก็โดนเลือกจากผู้เป็นพ่อให้รับสืบทอดภูติชาในถุงชาวิเศษต่อจากคุณปู่ซึ่งเป็นมาสเตอร์คนก่อน (โดยปกติแล้วคุณปู่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ดังนั้นครั้งแรกที่คิเซกิเจอกับแฟรงค์ก็คือวันที่พี่ชายจะสืบทอดถุงชา) แต่พี่ชายก็ไม่สามารถอัญเชิญภูติชาออกมาได้อย่างไร้สาเหตุ กระทั่งพี่ชายคนรองที่ตอนนั้นอายุ 14 ปี ก็ไม่สามารถอัญเชิญออกมาได้เช่นกัน

            ด้วยความซุกซนอยากรู้อยากเห็นในคืนวันนั้นคิเซกิจึงไปขอร้องกับคุณปู่ว่าอยากจะลองทำพิธีสืบทอดแบบพี่ชายบ้าง คุณปู่ก็ตามใจ แล้วตอนนั้นถุงชาวิเศษก็ตอบรับ และสามารถอัญเชิญออกมาได้อย่างน่าประหลาด

            หลังจากนั้นเจ้าตัวก็มีภูติชาเป็นเพื่อนเล่นอีกคนตั้งแต่สิบขวบ ถึงอายุ 12 ปีคุณปู่ก็เสียชีวิตทำให้เจ้าตัวที่สนิทกับคุณปู่ก็เริ่มร่าเริงยิ้มแย้มน้อยลง กระทั่งอายุได้ 13 ปี แม่และพี่ชายทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลง จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็พลิกให้เจ้าตัวยิ่งกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่ยิ้มแย้ม ไม่ร่าเริงเหมือนที่เคย จะมีก็แต่รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขไม่ได้ออกมาจากใจจริงแต่ใช้เพื่อหลอกคนอื่นให้หลงเชื่อในฉากหน้าก็เท่านั้น นอกจากนั้นก็มักจะใช้เวลาอยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ และจากการหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น เจ้าตัวก็เริ่มถลำลึกจนกลายเป็นแฮกเกอร์ที่มีความสามารถพอตัว หลายๆครั้งก็ไปล้วงเจาะฐานข้อมูลของคนอื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

            ทั้งๆที่ไร้สังคมขนาดนั้นแต่เรื่องการวางตัวและการปฏิบัติตนในเบื้องหน้ากลับดีมากเสมือนคุณชายที่ถูกฝึกมา แต่อาจจะเพราะเว้นระยะห่างระหว่างตัวเองกับสังคมมากเกินไป จึงทำให้ไม่มีเพื่อน ไม่สนิทใจกับใคร และไม่เปิดใจให้กับใคร

 

อื่นๆ :

 -ที่ห้องของตัวเองในบ้านใช้กระจกกันเสียงรบกวนจากภายนอกแบบพิเศษ กันเสียงแปลกปลอมจากข้างนอกดังเข้ามาในห้อง

-ในบรรดาโทนสีทั้งหมด ถูกใจสีชา และสีเขียวทีสุด เพราะให้ความรู้สึกสงบและสบายตาดี

-นอกจากชงชาแล้วก็ทำอาหารเป็นแค่นิดๆหน่อยๆ

-ลายเซ็นอย่างย่อคือ K. ตัวเดียว


 

ติดต่อ : Twitter : @TS_Keslelunz

            EMS : OK

//ทางอื่นหลังไมค์มาเลยค่ะ U // U


 

CV : Pokota 

จริงๆแล้วเลาไม่ค่อยรู้จักนักร้องนิโกะๆหรอกก่ะ ๕๕๕๕ แต่จิ้มไปเรื่อยๆแล้วโดนจีๆ ฮือออ #บางเพลงของทั่นฟังแล้วนึกถึงมยนมม--- #เซนเซอร์ในฐานติ่ง 

 

----------------------------------------------------------

ฝากสตาฟพิจารณาเด็กคนนี้ด้วยค่ะ ถ้าเกิดมีประวัติที่ไม่ผ่าน ต้องแก้ รบกวนคอมเม้นไว้ไม่ก็ EMS. มาก็ได้ก่ะ

U v U

 

ฝากทุกคนไว้ด้วยก่ะะ ถ้าโรลอะไรที่ไม่ดีไปขออภัยล่วงหน้าเลยฮับ (_  _

 

ขอบคุณค่ะะะะ


[ESBR] Kerneril Hwergermil

posted on 12 Jun 2014 19:08 by loveyanisa

เอนทรี่เวิ่นเว้อ

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

รูปเต็มตัวค่ะ ' 3 ')/  

((คิลสูง 177 ตามที่กรอกนะก๊ะ เพียงแต่ผปค.ไม่สามารถวาดให้ดูสมส่วน ตัวสั้นกว่านี้ได้ แง ;;; v ;;;))

 

 

Name - Surname : เคอร์เนริล ฮเวอร์เกอร์มิล [Kerneril Hwergermil]

/ชื่ออ่านยากๆนี่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าภาษาอะไร

/เรียกแค่ คิล ก็ได้ครับ !


Year : C1


Academy : Maistrie of Crusade


Dormitory : West "Rook"


Weight / height :  65 kg / 177 cm


Eyes / Hair Color : dark red / black-purple


Age : 18

 

Birthday : 16 April


Gender : Male


Class : Saber


Weapon :
*ดาบเดี่ยว ชื่อ แอเซียร์(Airsear)

(ดูรูปกากๆนี่สิค--- #....)

เป็นดาบที่ตีขึ้นจากเหล็กทั้งเล่ม ตั้งแต่ปลายดาบยันด้ามดาบ ทำให้มีความคมอยู่ทุกส่วน ไม่เว้นกระทั่งด้ามจับ ดังนั้นจึงเป็นดาบที่หนักมาก

-ได้ดาบเล่มนี้มาจากแม่บุญธรรมตอนอายุ 10 ขวบ แต่กว่าจะแกว่งได้สบายๆก็ใช้เวลาเป็นปี

-เป็นดาบที่มีหน้าที่เพื่อต่อสู้และเตือนเจ้าของไปพร้อมๆกัน หากใส่แรงไปในการฟาดฟันมากเท่าไหร่ ก็จะได้รับความเจ็บจากความคมของด้ามจับที่ทิ่มแทงมากเท่านั้น แม้ไม่ได้คมมากเท่าใบดาบ แต่ก็เป็นความคมที่ก่อให้เกิดแผลได้ บนมือเจ้าตัวเลยมีแผลเยอะมาก และพันผ้าพันแผลไว้ตลอดเวลา

-ทั้งเล่มมีความยาวประมาณ 130 ซม. ใบดาบมีความยาวราว 94 ซม.


*มีดสั้น

(..ค่อดซุย //กราบ))

พกไว้ที่กระเป๋าที่ติดกับกางเกงสองข้าง ทั้งหมด 4 เล่ม เป็นมีดที่ไม่คมมาก และไม่ได้เบามาก เพราะไม่ได้คิดจะเอาไว้ทำร้ายใครตั้งแต่ต้น


Fighting Style :

-STR STR STR STR #โดนชก

-เป็นพวกที่ กำลังใช้ ไม่ใช่สมอง มาก..ปกติก็เป็นคนโง่อยู่แล้ว เรื่องสู้ก็ไม่ได้ฉลาดกว่าปกติเท่าไหร่เลย เชื่อสัญชาตญาณตัวเองมาก ทำอะไรแบบไม่ค่อยคิด ให้เซ้นส์นำทางทั้งนั้น

-ลุยก่อนบ้างรอตั้งรับบ้าง ไม่ได้คิดจะพุ่งใส่รวดเดียวหรอกนะ ! >: 3

-สไตล์ดาบค่อดง่าย(....)วิถีดาบไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร ส่วนมากก็มีแต่โจมตีโต้งๆจะๆ ทำให้คนอื่นคิดว่ามีแผนซ่อนไว้ แต่ตามจริงแล้วไม่มีอะไรเลย..

-จริงๆแล้วเป็นคนที่ความเร็วมีมากพอสมควร เพราะดาบประจำตัวหนักมากเลยถ่วงความเร็วนั้นไปเต็มๆ ทำให้การเคลื่อนที่อยู่ในระดับปานกลางเพดานล่าง(?) แต่เรื่องการเคลื่อนไหวก็เร็วพอประมาณตามมาตรฐาน

-โคตรถึก และแรงเยอะจากการฝึกกับดาบ

-หลายๆครั้งก็ไม่หลบการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เพราะเรียนรู้มาว่าการหลบทุกดอกทำให้เสียเวลาเกินจำเป็นและอาจจะเสียโอกาสไปด้วย


Status : STR :: 4  AGI :: 2  INT :: 1  VIT :: 3  DEX :: 2  DEF :: 3


Advantage :

-แรงเยอะและถึกจุง

-ถนัดทั้งเกมรุกและเกมรับ(?) เพราะเกิดมาในป่า หู ตา จมูก รวมถึงเซ้นส์เลยค่อนข้างดีทีเดียว

-ดาบค่อนข้างใหญ่ฟาดลงไปที เลยมีวงการโจมตีพอสมควร

-เป็นพวกที่ถ้าจดจ่อกับอะไรและจะตั้งใจมากๆด้วย

-มนุษย์พลังงานล้นเหลือ ไฮเปอร์คึกคักตลอดเวลา


Disadvantage :

-แพ้ทางพวกอาวุธระยะไกล เพราะกว่าจะวิ่งไปถึงตัว อีกฝั่งก็คงรู้ทันแล้ว Orz

-และพวกที่โจมตีแบบซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีแผนซ้อนแผนซ้อนแผนอย่าง INT สูง เพราะตัวเองโคตรโง่ และบางทีสัญชาตญาณมันเตือนไม่ทัน(?)

-โจมตีหน่วงมากแต่ถ้าหลบได้ก็บ่มีภัย


Profile :

เกิดมาในครอบครัวเรียบๆที่สมบูรณ์มีความสุขดี ในหมู่บ้านเล็กๆกลางป่าในเขตประเทศอะไรก็ไม่ทราบได้ จนเมื่ออายุได้ราว 7 ปี หมู่บ้านโดนบุกรุกโดยกลุ่มโจรป่า ทุกคนในครอบครัวโดนฆ่าตายทั้งหมด เหลือเพียงตนเองที่สามารถหนีออกมาได้ ในระหว่างที่ล้มลุกคลุกคลานหาทางรอดอยู่ในป่า ก็ได้พบกับ ’ไมอาร์’ เธอเป็นคนให้การช่วยเหลือ และรับเขาเป็นลูกบุญธรรม นอกจากนั้นยังพาเขาที่ไม่เหลืออะไรแล้วเข้าไปอยู่ด้วยกันในเมือง และหลังจากนั้นก็ได้รับสัญชาติเยอรมันมา

            แม่บุญธรรมของเขา เป็นเจ้าของโรงฝึกศิลปะการต่อสู้แบบครบวงจร ในโรงฝึกมีพี่ๆต่างสายเลือดเป็นครูสอนในแต่ละด้านแต่ละสายอยู่รวมกันมากมายเป็นครอบครัวใหญ่ เขาก็ฝึกฝนตัวเองโดยให้ทั้งบรรดาพี่และแม่ของเขาฝึกสอน แต่เขาเกลียดการเรียนหนังสือ เพราะตอนเด็กก็ไม่เคยได้มีโอกาสเรียนมาก่อนเลยรู้สึกว่ามันยากและไม่สนุกสุดๆ ก็เลยไม่ไปโรงเรียน แต่ทุกคนก็คะยั้นคะยอจนสุดท้ายก็ได้เรียนความรู้พื้นฐานที่จำเป็นที่บ้าน แต่เขาตั้งใจว่าถ้าฝึกจนชำนาญด้านดาบเมื่อไหร่ก็จะมาเป็นครูสอนในโรงฝึกแห่งนี้ต่อ

            วันนึงแม่บุญธรรมเกิดป่วยหนัก และอาจจะอยู่ได้ไม่นานเลยขอร้องให้เขาได้ไปเรียนหนังสือเข้าโรงเรียนและให้ไปในทางที่เขาต้องการ และเมื่อเธอเสียชีวิตลง โรงฝึกค่อนข้างสั่นคลอนเพราะไม่มีเจ้าของผู้เป็นผู้นำ แต่บรรดาพี่ๆทั้งหลายก็ช่วยกันประคับประคองให้สามารถอยู่ต่อได้ หลังจากนั้นเขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนในมหาลัยที่มีการสอนเน้นด้านการต่อสู้อย่าง Maistrie of Crusade เพื่อที่จะมาสืบทอดโรงฝึกแห่งนี้ต่อ และอีกเหตุผลนึงที่เก็บไว้ตลอดคือ การแก้แค้น…


Personality :

-โผงผาง ตรงไปตรงมา แสดงออกอย่างชัดเจน ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ค่อนข้างซื่อกับบางเรื่อง

-โอเว่อร์แอคติ้ง #...

-ขี้เล่น ร่าเริง ชอบความท้าทาย รักสนุก รักการผจญภัย รักการแข่งขัน และไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะก็ตามแค่ได้แข่งก็รู้สึกแฮปปี้สุดๆแล้ว ยิ่งถ้ากับคนที่มีความสามารถหรือมีอะไรที่น่าเกรงขาม ยอมแข่งด้วยจะดีใจอย่างมาก

-กวนประสาทอย่างไม่ได้ตั้งใจ #เพราะอาจจะซื่อเกินไป #....

-บางครั้งก็ขี้ตื้อ และพยายามในอะไรที่อยากได้มาก

-ค่อนข้างโง่ หรือเรียกว่าโง่เลยก็ว่าได้ ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากเกินไป การวิเคราะห์ การคำนวณ การท่องจำ วิชาการ ภาษา ห่วยแตกไปหมด

-เพราะเป็นน้องเล็กของบ้านที่มีพี่ๆเต็มไปหมด(ราวสิบคนทั้งชายหญิง) เลยไม่ค่อยมีความเป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่

-กินได้เรื่อยๆ มีก็กิน ไม่มีไม่กินก็ได้ แต่ถ้าให้ฟรีมีเลี้ยงนี่รักเลยครับ

-ถ้ารู้จักคนอายุมากกว่าก็เรียกรุ่นพี่ หรือพี่ ได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ลืม แล้วเรียกแค่ชื่อเฉยๆ เพราะที่บ้านโซชิลกับเรื่องอาวุโสก่อนหลังมาก


Other :

-เดินชนคนเป็นว่าเล่น #....

-วันๆว่างปุ๊บก็ไปวิ่ง ไปออกกำลังกาย ไปส่องชาวบ้าน(?)เรื่อย

-เวลาสู้อย่างจริงจังมักจะถอดรองเท้า เพราะมันติดเป็นนิสัยตั้งแต่อยู่ในป่า

-ชอบเสื้อแขนกุด แขนสั้น เพราะมันโล่งสบายดี

-ค่อนข้างทนแดดทนฝนทนร้อนทนหนาว

-เคยโดนพี่ๆไล่ให้ไปใช้อาวุธอย่างอื่น แต่ยึดมั่นกับดาบมาก เพราะมันเท่ฝุดๆ

-ย้ายมาที่เกาะแรกๆไม่พกดาบไปไหนมาไหนด้วย แต่ถ้าทุกอย่างลงตัวและชินกับเกาะแล้วก็จะพกไปด้วยตลอดล่ะ ! #แต่ผปคขี้เกียจวาดล่---! 

-แม้ดาบจะถ่วงความเร็วแต่ก็รักมาก ไม่เปลี่ยนหรอก ! อีกอย่างพอใช้อาวุธอย่างอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองมันก็ไม่ชินมือ

-มีเขี้ยวด้วยนะ ! แฮ่ย์ >: 9


Contact :

-Twitter :: @ESBR_Kerneril

-EMS :: OK

//ช่องทางอื่นซิบมาเลยค่ะ * q * 


OK : NL BL แต่ยากครัช ในใจไม่ค่อย?ว่างเพราะยังยึดมั่นกับผู้หญิงคนนึงมาตลอด 


Pet : เอาสัตว์เลี้ยงมาจากบ้านหนึ่งหน่วย คือ คุณปลากัดตัวผู้สีม่วงๆแดงๆ ชื่อว่า ฟินิกซ์(Phenix) เจ้าตัวตั้งชื่อให้เอง รักและโคตรหวงแบบแทบจะเอาไปอาบน้ำด้วยกัน(...)

#โหลปลาจะตามมาภายหลังเมื่อผปคไฟติดค่ะ #พราก


Roommate : เรเน่ โรเซลิน เรย์ลีน (Reine Roselyn Raylene)

 

 

---------------------------

ขอมุมให้ผปค. ´∀`

ใครที่ไล่อ่านจนถึงบรรทัดนี้..ขอขอบคุณมากๆค่ะ เพราะมันเวิ่นเว้อมากเยย ฟฟฟ

และ..

เนื่องด้วย เข้าไม่ค่อยบ่อย ดองเมน ยื้อเมน ข้ามวันข้ามคืนข้ามเดือนข้ามชาติ--- เพราะงั้นขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ v__v

ถ้าเกิดทำอะไรให้ใครไม่พอใจต้องขออภัยจริงๆ สะกิดเตือนได้นะฮับ (U v U
 
ทวงเมนได้ตลอดเวลาเมื่อลืมหรือตกไปนะคะ Orz
 
สุดท้ายขอฝากลูกชายคนนี้ด้วยค่ะะะะ 
 
ขอบคุณก่ะะะ T w T)