[TE] Nakazora Itsuki

posted on 12 Aug 2016 05:02 by loveyanisa

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
"โทษทีๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเขม่นใส่หรอก.. มันเผลอน่ะ" 
 
 
 
 
"อืม ยังไงก็ได้นั่นล่ะ"
 
 
 
 
 
 
 
 

สกุล - ชื่อ : นากาโซระ อิสึกิ

สัญชาติ : ญี่ปุ่น

ชั้นปี  : 1

อายุ : 15 ปี

นิสัย :

-เป็นคนชิลๆสบายๆ ไม่เรื่องมากยังไงก็ได้

-ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ชอบมักจะทำลวกๆแบบขอไปที

-เรียกง่ายๆคือขี้เกียจ

-ด้วยการที่ทำตัวเนือยๆจึงดูเหมือนพวกมักง่าย แต่จริงๆก็มีส่วนที่จริงจังนะ..

-ใจอ่อน ถ้าโดนขอร้องให้ทำอะไรในสิ่งที่สามารถทำได้ก็จะพยายามช่วย

-ไม่ชอบไปขวางความคิดใคร ไม่ค่อยชอบเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดด้วย

-ก็เลยกลายเป็นคนชอบตาม มากกว่าเป็นผู้นำ

-จะเป็นผู้นำได้แค่ไม่กี่สถานการณ์ เช่นเวลาเล่นดนตรี

-ใจเย็นมากในระดับนึง

-ไม่ถนัดการทำตัวสุภาพ-ทางการจัดๆ

ส่วนสูง / น้ำหนัก : 168 / 59

สีตา / สีผม : ฟ้า / น้ำตาล

อาชีพ : นักเรียน

โรงเรียน : คิราเมคิ

 

CV : Sou

Twitter : @TE_Itsuki

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

ไม่ได้เล่นคอมมูพักใหญ่จนไม่ชินกับการเขียนประวัติไปเลยค่ะ ฮ่า

ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ โอ๊ส!

 

 

 

edit @ 18 Sep 2016 01:05:12 by TWINs

เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู

 

 

T.D. School

 

---------------------------------------------------------------------------

 

 

"ฟาเนี่ย บางทีก็ดูเหมือนผู้หญิงเนอะ"

 

 

"ครับ ?"

 

 

"อ้ะ ผู้ชายไม่ชอบให้บอกแบบนี้ใช่ม้า โทษทีนะะะ"

 

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ.."

 

 

 

"...มีคนบอกแบบนี้หลายคนเหมือนกัน /ยิ้ม"

 

.

.

.

 

 ✿✿✿✿✿

 

ชุดนักเรียนหญิง : Coming soon <3

 

 

 

นักเรียนมัธยมปลาย

 

 

ชั้นเรียน(+สาย) : ม.5 สายวิทย์-คณิต ห้องธรรมดา

ชื่อจริง : ดลลธี ฟาเรเวีย  [Dorothy Farevia]  

ชื่อเล่น : โซฟา [Sofa]  /เรียก ฟา ก็ได้นะ..

อายุ : 16 ปี

วันเกิด : วันอาทิตย์ 8 มีนาคม 1998

สัญชาติ : ไทย

เชื้อชาติ : อังกฤษ-ไทย  

กรุ๊ปเลือด : O

เพศ : หญิง

ส่วนสูง : 172.5 ซม.

น้ำหนัก : 58 กก.

สีตา : ฟ้าเทา

สีผม : ดำ

รูปร่างหน้าตา : ตาตกๆดูเฉื่อยๆมักมาพร้อมรอยยิ้มสบายๆ ดูโดยรวมแล้วเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่งตัวก็เหมือนผู้ชาย ทำตัวเหมือนผู้ชาย และพูดโดยแทนตัวว่า ผม ลงท้ายว่า ครับ

นิสัย :

-เป็นคนเนิบๆเรื่อยๆสบายๆ ประมาณว่า ยังไงก็ได้ ง่ายๆแต่เหงา ยังไงก็เอา

-ชอบตามใจคนอื่นมากกว่า

-ติดจะสุภาพ

-เก่งด้านการดูแลและเอาใจคนอื่น

-เทคแคร์สาวๆก็เก่งนะ..

-ไม่ค่อยโกรธมักจะแกล้งงอนขำๆมากกว่า หรือถึงจะโกรธก็หายง่าย

-ขี้เล่น อารมณ์ดี

-ขี้แกล้งเป็นบางที

-ไม่ได้ขวัญอ่อนหรือขี้กลัวอะไรมาก แค่แบบคนธรรมดาๆทั่วๆไป

-รักครอบครัวมาก มากจนทำให้ได้ทุกอย่าง 

จุดเด่น : ผมด้านหลังซอยสั้นปกติ มีปอยผมข้างหน้าที่จะยาวกว่าตรงอื่น

งานอดิเรก : เล่นบาส , ปลูกต้นไม้

ของที่ชอบ : ต้นไม้ , ขนมปัง , ขนมหวาน , สัตว์เลี้ยง , อากาศเย็นๆ(แต่ถ้าหนาวไม่เอานะครับ..)

ของที่ไม่ชอบ : อากาศร้อน(เกินไป) , คนนิสัยไม่ดี

สถานที่ที่เจอตัวได้ : หอพัก , สนามกีฬา , สวนหย่อม , ตึกชมรม

ที่พัก : หอพักหญิง 

รูมเมท : @TDS_napa @TDS_Jusmine

การเรียน : เรียนสายวิทย์คณิตห้องธรรมดา ชอบเคมีที่สุดทำได้คะแนนดีกว่าวิชาอื่นๆนิดหน่อย ส่วนที่เหลือผลการเรียนกลางๆไม่โดดเด่นและไม่ย่ำแย่

การกีฬา : พอรู้พื้นฐานกีฬาหลายชนิด แต่ถนัดบาส เล่นวอลเลย์พอได้ แต่ไม่เก่งหรอกนะ..

ชมรม : บาสเกตบอล

ความสามารถพิเศษ : บาสเกตบอล , ปลูกต้นไม้ , เดินเข้าออกหอชาย-หญิง/ห้องน้ำชาย-หญิง โดยไม่โดนสงสัย

ประวัติ :

  พ่อเป็นคนอังกฤษที่มาทำงานในไทยแล้วบังเอิญปิ๊งรักกับแม่ที่เป็นสาวไทย เลยเป็นลูกครึ่ง เพราะเกิดและโตที่ไทยเลยมีสัญชาติไทย ปัจจุบันคุณพ่อก็เทียวไปเทียวมาระหว่างอังกฤษกับไทย หลายๆครั้งก็ไปทำงานที่ประเทศอื่น เลยไม่ค่อยอยู่บ้านซักเท่าไหร่ เลยติดการทำหน้าที่ดูแลแม่แทนพ่อด้วย

ตอนที่แม่ตั้งท้อง คุณพ่ออยากได้ลูกชายพอเกิดมาเลยเลี้ยงดูแบบเด็กผู้ชาย ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะชอบ เลยแต่งตัวแบบผู้ชาย พูดจาแบบผู้ชาย ทำตัวแบบผู้ชาย ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นสุดยอดสุภาพบุรุษที่ดูแลเก่ง เพื่อที่จะได้ช่วยเติมเต็มความฝันของคุณพ่อได้บ้าง..

ถึงจะบอกว่าเป็นลูกครึ่งอังกฤษแต่ก็ไม่ได้เก่งอังกฤษเท่าไหร่หรอกนะ..เหมือนคนไทยทั่วๆไปซะมากกว่า

 
OK : NL GL BL?  
 
เพิ่มเติม : 
 
-ตาข้างขวาสั้น 0.75 ข้างซ้าย 0.50 เวลาเรียนและอ่านหนังสือจะใส่แว่นตา
 
-แพ้ขนสัตว์
 
-ตื่นสาย..ถ้าไม่มีเรียนก็เก้าโมงเป็นอย่างเร็ว ถ้าวันที่เรียนก็ตื่นราวๆเจ็ดโมงสี่สิบห้า /กะเวลาแค่ทันเข้าแถวพอดี บางทีก็มีตื่นไม่ทันเข้าแถวบ้าง..
 
-เฉยๆกับการโดนมองว่าเป็นผู้ชาย /ก็ตั้งใจให้เห็นเป็นอย่างงั้นนี่นะ..

-ไม่ได้ไม่ชอบการแต่งกายของผู้หญิงหรืออะไร เพียงแต่แบบนี้ชินแล้วก็ถนัดกว่า
 
-เคยคบหากับผู้หญิงมาก่อน แต่ไม่ได้เป็นทอมนะ ไม่ได้เลสด้วย ฮุ่มๆ
 
-เคยเดินเข้าห้องน้ำหญิงแล้วโดนไล่ให้ไปเข้าฝั่งผู้ชาย (.  .  /แต่ปัจจุบันก็เข้าฝั่งหญิงอยู่นะ
 
-จะมองหรือปฏิบัติแบบเพศไหนก็แล้วแต่ครับ จะรู้หรือไม่รู้ก็ตามแต่จะพิจารณาค่ะ /แต่ยังไงคุณรูมเมทก็ต้องรู้เนอะ (´∀`
 
ติดต่อ : Twitter : @TDS_Sofa
           EMS : OK
 
 
 
-------------------------------------------------------------------------------
 
ขอฝากเด็กคนนี้ไว้ด้วยนะฮับบ U /// U
 
โรลกับโซฟาได้ทั้งสองช่องทางที่แปะไว้เลยค่ะ ถ้าทำอะไรไม่ดีไปก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ /โค้งๆ
 
แล้วก็ หากผปค.ตกหล่นเมนชั่นสามารถทวงได้เลยนะคะ (จะขุดเมนชั่นขึ้นมา หรือจะเฟบเตือนก็ได้ค่ะ) เพราะว่าเรามักจะเบลอๆตอบข้ามตอบหล่นเป็นประจำเลย ฟฟฟฟ
 
 
 
 
ขอบคุณค่ะ <3
 

 

[ESBR] Tanabata

posted on 30 Jul 2014 22:19 by loveyanisa

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 
 
 สังกัด 
 
 
 
 
 
หอ เวสต์
 
 
ขอรวมกิจกรรมที่เข้าร่วมทั้งสองกิจกรรมในเอนทรี่เดียวนะคะ U v U
#หากไม่สะดวกแจ้งได้นะคะ ;; v ;;
 
 
---------------------------------------------------------
 
 
*อีดิทเพิ่มค่ะ เกือบลืมไปเลย #จริงๆคือลืมตรงนี้ไปแล้--
 
 
ชุดที่ใส่เข้าร่วมให้กลมกลืนกับเทศกาลครัช U v U,,,
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------
 
เริ่มจาก
 
Tanabata Dare
 
 
แข่งไปรอบเดียวค่ะ รอบแรก ;; v ;;)
 
กับ เครนคุง @Crain_ESBR #MOCNorth
 
ผล :: เสมอ :: 
 
บทลงโทษของทางเรา คือนี่ก่ะ..
 
"ใส่เสื้อสกรีนลายฟินิกซ์(ปลากัดของนาง #...)ซักวันนึงสิ ! ฉันอยากเห็นล่ะ ! * v *"
 
https://twitter.com/Crain_ESBR/status/486144100106633216 [ลิงค์รูทที่โรลกันนะก๊ะ]
 
 
ส่วนบทลงโทษของเครนคุง..
 
 
 
 
เพราะว่าผปค.รอบแรกจบก็ชิ่งไปทำงานทำการบ้านอันมากมายก่ายกองที่ดองไว้เลยไม่ได้โรลตามบทลงโทษเท่าไหร่ ขออภัยนะคะ U v U
 
แล้วพองานเสร็จกลับมารอบสุดท้ายก็จบแย้ว /แง
 
ขอบคุณเครนคุงและผปค.ที่มาเล่นด้วยกันมั่กๆเลยค่ะะะ U ///U)๗
 
ทางนี้อาจจะทำอะไรไม่ดีไปก็ขอโทษด้วยนะคะ ตอนโรลยอมรับว่าเบลอมากจริงๆค่ะ สติเราหลุดไปกับงานแล้วให้คิลคิลนั่งตอบเมนชั่นเอง(...) แง้ 
 
 
 
 
-//บ้าจีๆนี่สั่งบทลงโทษอะไรไปกันสติสตังไปหมดเยยฮือ
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
และอีกกิจกรรมนึงนะคะ
 
Tanabata Wish
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

          เคอร์เนริล สถาบันเมสเตรีย มหาลัยปีหนึ่ง สายเซเบอร์ หอเวสต์... ใช้ชื่อเล่นว่า คิล ...และนั่นคือเขาเอง

 

          วันนี้เขาได้รับภารกิจมาบางอย่าง...ภารกิจในวันแสนโรแมนติกวันหนึ่ง ‘ทานาบาตะ’

 

          สิ่งที่ต้องทำ คือทำให้คำขอของคนๆหนึ่งเป็นจริง...............นั่นคือสิ่งที่เขาได้ยินมา

 

‘ขอให้ได้กอดใครสักคนนานๆ’

Valerie Cloet

 

          แค่เห็นครั้งแรก..ก็รู้สึกได้เลย ว่าเจ้าของลายมือนั้นต้องน่ารักและอบอุ่นมากแน่ๆ....และ..เขาก็หวัง..

 

หวังว่าเขาจะช่วยให้คำขอเป็นจริงได้ 

 

และ หวัง..

 

หวังว่าคนที่อบอุ่นขนาดนั้น จะยอมรับเขาเป็นเพื่อน

 

 

 

 

          ตอนนี้เขาเดินทางมาที่หออีสต์ เพราะรู้มาว่าเจ้าของคำขอนั้นอยู่ที่หอฝั่งตรงกันข้ามนี่... ระหว่างทางมาก็คิดไปสารพัดว่าจะตามหาด้วยวิธีไหนยังไงดี..และพอมาถึง คนๆแรกที่เห็น ก็คือ หญิงสาวสะสวยคนหนึ่ง อาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างแต่เป็นที่แน่นอนว่าไม่ได้รู้จักหรือเคยคุยกันมาก่อน.....ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร! ถึงยังไม่รู้จัก งั้นก็เข้าไปรู้จักตอนนี้เลยไงล่ะ!

 

          “..อ้ะ..นี่นี่ นี่นี่”  หญิงสาวที่อยู่ตรงข้างหน้าตรงนั้นอาจจะช่วยอะไรเขาได้ ที่เรียกเพราะคิดแบบนั้น  

 

          “โทษทีน้า เธออยู่หออีสต์รึเปล่าน่ะ”  พยายามทำหน้าเป็นมิตรให้เหมือนคนปกติ.... จู่ๆเข้าไปถามจะถูกมองว่าแปลกๆรึเปล่านะ? 

 

          “ใช่..”  คิ้วเรียวสวยเลิกคิ้วอย่างเกิดคำถาม  “มีธุระอะไร..?

 

"ดีเลย ! ฉันกำลังตามหาคนอยู่นะ รบกวนหน่อยได้ม้า” 

 

          “..เอาสิ มาหาใครล่ะ?”

 

           “ขอบใจนะ ! ฉันมาตามหา-- ..เอ๊ะ  คนที่ชื่อ..วา วาเล เลอ รี ....ประมาณนั้นน่ะ!”  เอ่ยอ่านชื่อที่เขียนในสี่เหลี่ยมคำขออย่างไม่มั่นใจนัก...ก็ฉันไม่เก่งเรื่องภาษานี่นา...

 

           “วาล......วาล ปีสามแลนเซอร์..หอตะวันออก”  คนฟังพูดแก้ชื่อให้ถูกต้อง แต่ดูแล้วน่าจะเป็นชื่อเล่นของคนๆนั้นมากกว่า แถมยังบอกสายการเรียน และยืนยันหอเพิ่ม แสดงอย่างชัดเจนว่าคนพูดรู้จักเจ้าของชื่อนั้นเป็นอย่างดี

 

            “เอ๋..ชื่อวาลหรอกหรอ แปลว่าเธอรู้จักเขาใช่ม้า ! ดีจัง !”  เจ้าตัวดูตื่นเต้นยินดีพอสมควรเมื่อคิดว่าเจ้าของใบคำขอน้อยๆนี้ไม่ได้หายากอย่างที่คิด ..ว้าว รู้จักกันด้วยล่ะ! โชคเข้าข้างฉันแล้ว รู้สึกมั่นใจเพิ่มขึ้นเลยล่ะ!

 

            "อืม.. แล้วนายมีอะไรกับเขางั้นเหรอ?”

 

             “ฉันมาทำให้คำขอของเขาเป็นจริงล่ะ !”  ตอบคำถามไปตรงๆอย่างไม่ปิดบัง เพราะก็ไม่ได้จำเป็นต้องปิดบังอะไรนี่นะ

 

             “... แล้ว..นายจะทำยังไง?”  พอได้ยินดังนั้นน้ำเสียงของหญิงสาวแอบสะดุดไปช่วงเล็กๆ แต่ก็ยังไม่มากพอที่อีกคนจะสังเกตได้

 

             “เฮะ.....เอ..อ่า... น นั่นสินะ...”  เพราะเจ้าตัวมัวแต่คิดว่าจะหาตัวอีกฝ่ายเจอยังไง จนลืมคิดรื่องที่สำคัญกว่าอย่างจะทำให้คำขอเป็นจริงยังไง เลยทำให้ตอบไม่ได้ในทันที

 

            “ฉัน...ก็...คงจะทำตามที่ใบนี่เขียนล่ะน้า”  เป็นคำตอบที่เหมือนตอบปัดๆไม่ก็ตอบโง่ๆอะไรแบบนั้นมาก...ฉันก็แค่ตอบตรงๆเฉยๆนะ!

 

            “จะไปหาใครมาให้เขากอดกัน?”  เสียงหวานกว่าเอ่ยถามออกมาเหมือนลืมตัว และอีกครั้งที่ฝ่ายชายนั้นไม่ได้สะดุดคิดสงสัยอะไรซักนิด

 

            “เห  ฉันไง?”

 

            “เขาไม่ถูกกับผู้ชายเท่าไหร่ ฉันว่านายอย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงดีกว่ามั้ง ยิ่งกำลังจะเจอกันครั้งแรกด้วยแล้ว..”  หญิงสาวเอ่ยเรียบรื่น ประหนึ่งคนที่รู้จักเจ้าตัวเป็นอย่างดี

 

            “ไม่ถูกกับผู้ชายงั้นหรอ... ทำไมล่ะ ฉันก็แค่มาทำให้คำขอเป็นจริงเฉยๆเองน้า”

 

            “เหตุผลอะไรฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ถ้านายพยายามจะเข้าไปกอดเขาด้วยตัวเองฉันว่านายก็ต้องเละเป็นโจ๊กแน่ๆ..”  ฝ่ายสาวเจ้าเอ่ยตอบด้วยเสียงราบเรียบและสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

 

              “ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก~ ก็เขาเขียนว่าอยากกอดใครซักคนนี่นา ไม่ได้อยากให้ใครมากอดซะหน่อย” 

 

              “มันก็ถูกล่ะ แต่มันเสี่ยงจริงๆนะ..เธอต้องดูตรงคำว่า "นานๆ" ด้วย..”  อีกครั้งที่เธอเผลอหลุดพูดออกมา แต่เขาก็ยังไม่เอะใจสงสัย..

 

               “เสี่ยง?...ฮืม..แสดงว่าเขาดูอันตรายงั้นหรอ?”  คิ้วสีเข้มขมวดน้อยๆอย่างสงสัยใคร่รู้

 

               “อืม สำหรับคนไม่รู้จักก็อันตรายพอสมควร..  นายจะกอดเขาจริงเหรอ?”

 

               “เห...ฉันอยากรู้จักบ้างจังเลยน้า ...แล้ว...เรื่องกอดนี่ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำกันหรอกหรอ ?”  สำหรับบ้านเขาการแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นเรื่องธรรมดาๆ ซึ่งอาจจะธรรมดาพอกับกระพริบตาไปแล้วด้วยซ้ำ..

 

               “มันก็เกือบจะเป็นเรื่องปกติล่ะนะ แต่พอดีเขาไม่ปกติ..”  พูดไปเธอก็แอบสั่นขาไปนิดๆอย่างคนกำลังคิดหนัก แต่ก็ยังไม่เป็นที่สงสัยอะไรสำหรับชายหนุ่มที่อยู่ไม่สุขตลอดเวลาแบบเขา

 

               “ไม่...ไม่ ปกติ?”  คำว่าไม่ปกตินั้นเป็นตัวดึงดูดความสนใจของเขาอย่างมาก

 

               “อืม ไม่ปกติ.. ถึงได้บอกว่าไม่ถูกโรคกับผู้ชายเท่าไหร่  เอาล่ะ นายจะยังกอดเขาที่ไม่ปกติอยู่มั้ยล่ะ?”

 

               “เอ..ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอกน้า~ แต่ที่ว่าไม่ถูกโรคกับผู้ชายนี่...ฮืมมม..เรื่องใหญ่จริงๆด้วยแฮะ”

 

              “..อืม...ฉันก็ว่างั้น...”

 

              “งั้น...อย่างแรก...พาฉันไปหาเขาทีสิ !”  เพราะว่าตอนนี้ยังคิดไม่ออก..เขาเลยขอไปเจอเจ้าตัวก่อน พอถึงตอนนั้นแล้วก็ค่อยไปคิดละกัน..นั่นเป็นความคิดง่ายๆที่ถูกแสดงไป

 

              “ไม่ต้องหรอก เขาอยู่นี่แล้วล่ะ..”  และความจริงก็เอ่ยออกมา ที่เธอรู้จักและสามารถพูดเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของคำขอนั่นได้เป็นอย่างดี เพราะว่านั่นคือ ตัวเธอเอง ...ตัวเองย่อมรู้จักตัวเองดีที่สุด

 

              “เอะ..................เธอคือเจ้าของคำขอหรอ !!”  เพราะการเฉลยที่กระทันหันและคาดไม่ถึงทำเอาคนสมองช้าตามไม่ทัน และตกใจจนเผลอเบิกตากว้าง

 

              “อืม..ฉันวาล.....ว่าไง ยังจะกอดฉันอยู่ไหมหืม?..”  อีกคนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย และถามคำถามกลับไปอีกครั้ง

 

               “โอ้ ! ฉันเคอร์เนริลนะ เรียกคิลก็ได้ มาจากหอเวสต์ล่ะ ! ยินดีที่ได้รู้จักนะ !!” แต่นอกจากที่อีกคนจะไม่ได้ตอบคำถามแล้ว ยังแนะนำตัวเองอย่างรวดเร็วและเสียงดัง แบบคนที่กำลังตื่นเต้น

 

                “อืม สวัสดีคิล...”


                “เธอไม่ถูกโรคกับผู้ชายงั้นหรอ ? จริงๆหรอ ?”

 

                 “....ถ้านายถามย้ำมาอีกครั้ง เดี๋ยวจะลองแสดงให้ดูนะ เผื่อจะได้เชื่อกันบ้าง..”  เอ่ยแล้วเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นทุบบ่าตัวเองเบาๆเตรียมหมุนหัวไหล่พร้อมที่จะแสดงให้ดูเดี๋ยวนั้น

 

                 “เอ๋...ไม่ไม่  ก็แค่สงสัยน่ะ...ก็เธอคุยกับฉันได้ตั้งเยอะนี่นา !”  อีกคนรีบห้ามไว้ก่อนที่เหตุการณ์ใช้ความรุนแรงจะเกิดขึ้น

 

                 “นั่นมันไม่เกี่ยวกัน.. สรุปว่ายังไง? จะกอดฉันสินะ?...”

 

                “แล้ว...อนุญาติให้กอด...มั้ยครับ”  บนหน้านั่นยังประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนเล่นเฮฮาตลอดเวลา

 

                 “ก็ได้อยู่หรอก แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย... แล้วนายก็ห้ามขยับตอนนี้ด้วย.....”

 

                  “อื้อ อง..คิดว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายดูสิ...อ้ะ.. ฉันจะไม่ขยับทำอะไรเธอก่อนหรอก !”  น้ำเสียงขี้เล่นนั่นเปลี่ยนเป็นเสียงที่ดูจริงจังขึ้นมา เจ้าตัวทำหน้าจริงจังตามเสียงเหมือนเป็นการสัญญา

 

                 “ถ้างั้นก็อย่าขยับล่ะ.. ”  เธอว่าแล้วเม้มริมฝีปากเบาๆอย่างคนที่กำลังพยายาม แล้วก้าวเข้ามาใกล้เล็กน้อย เริ่มต้นจากนิ้วเรียวที่ยกขึ้นมาจิ้มๆสัมผัสเบาๆ

 

                 ส่วนอีกคนก็ยืนนิ่งสนิทตามที่บอกเป็นอย่างดี มีก็แต่รอยยิ้มที่ยังคงไม่หุบ

 

                 นิ้วเรียวกดน้ำหนักลงไปเพิ่มเพื่อให้แน่ใจก่อน คิ้วสวยขมวดเข้าหากันขณะสายตามองมาที่อีกคนที่ยังยิ้มไม่เลิก “...มีอะไรน่าขำ?”

 

                 “ไม่ได้ขำครับผม แค่รู้สึกว่า น่ารักน่ะ”  เขาหัวเราะออกมาเบาๆประกอบคำตอบ

 

                วาลเลิกคิ้วแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เธอกลับมาให้ความสนใจกลับอีกอย่างตรงหน้ามากกว่า ขาเรียวก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วเข้าไปกอดหลวมๆ แม้อีกคนจะไม่ได้ขยับจริงๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกเกร็งจนเผลอกลั้นหายใจ

 

               “ใจเย็นๆ..นะ...ไม่ต้องเกร็ง...ฉันไม่ขยับหรอก... ”  นัยน์ตาสีแดงเข้มปิดลง รอยยิ้มขี้เล่นนั่นหายไปแล้วแทนที่ด้วยเสียงเบาๆเรียบๆที่พยายามเอ่ยให้อีกคนรู้สึกสบายขึ้น

 

               “ชู่ว... ”  สัญญาณที่เป็นรู้กันว่าคือสัญญาณของความเงียบ นัยน์ตาสีฟ้าใสปิดลงอย่างข่มใจ แล้วกระชับอ้อมแขนขึ้นทีละนิด ทีละน้อย จนแนบชิดกัน แบบที่เรียกตามปกติว่า ‘กอด’

 

              อีกคนก็ทำตามเป็นอย่างดีโดยการเงียบและนิ่ง เขาอยู่เฉยๆไม่ได้ขยับกอดตอบหรืออะไร เพื่อเป็นการไม่ผิดคำพูด แต่กระนั้นแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มออกมาเล็กๆ ..อย่างที่เขาคิดตอนแรกจริงๆ คนๆนี้น่ารักแล้วก็อบอุ่นมากๆ..และก็นิดนึง..ถึงจะเพียงนิดนึงแต่เธอก็ให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาวคนนึงของเขาเลย

         

             ทั้งสองคนอยู่แบบนั้นพักใหญ่ๆ จนวาลที่กลั้นหายใจอยู่ตลอดเริ่มทนไม่ไหว จึงค่อยๆผละออกมายืนห่างในระยะปกติ เธอกระแอมเบาๆแล้วพยักหน้าหน้านิ่งๆ

 

              หลังจากที่ผละออกมาคิลก็ยังยืนนิ่งเฉยอยู่ในท่าเดิม เจ้าตัวกระพริบตาปริบๆมองเป็นเชิงจะถามว่าเป็นยังไงบ้าง

 

              "ขอบใจที่ช่วย.. ”  เจ้าของคำขอตอบด้วยเสียงนิ่งขรึม และไม่มีปฏิกิริยาอื่นๆนอกเหนือ..

 

            และเพียงได้ยินแค่นั้น อีกคนก็ยิ้มกว้างออกมา  “แค่นี้เอง ยินดีอยู่แล้ว !”

 

 

 

 

 

 

 

*เริ่มต้นเขียนสมุดหน้าใหม่*

วาล ปีสาม แลนเซอร์ หออีสต์

ฉันมีเพื่อนใหม่ชื่อวาลล่ะ !

ถึงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นเพื่อนของเธอแล้วรึยังก็เถอะนะ !

แต่ก็..เป็นการเจอกันครั้งแรกที่สุดยอดเลย

เธอไม่ค่อยถูกกับผู้ชาย...

ถ้าเป็นไปได้..ก็อยากให้มองว่าฉันคือเพื่อนคนนึงที่ชื่อคิล แทนผู้ชายเฉยๆล่ะน้า

งั้นคงต้องพยายามหน่อยล่ะ !

อ้ะ..แล้วฉันก็ยังอยากเป็นคนขอบคุณมากกว่าเธออยู่ดี..

เป็นเทศกาลที่สนุกจังนะ...ทา นา บา ตะ สินะ ?  *เขียนวงกลมย้ำๆรอบชื่อเทศกาล*

จะจำเอาไว้ไม่ลืมเลยล่ะ !

*เขียนวันที่ลงท้าย*

 

----------------------------------------------------------------------------- 

พี่ชายคะ ฟิคแต่งยังไง ทำไมบรรทัดมันเยอะขนาดนี้คะ ก๊อปจากเวิร์ดมาคืออะไรต้องจัดใหม่หมดเยย /พรากแล้วลงไปกราบงามๆทีนึง

และนี่เป็นลิงค์รูทนี้ค่ะ เลือกกดที่ทวีตที่จะทำให้เห็นข้อความทั้งหมดแล้วเรียบร้อยค่ะ จิ้มไปเห็นทุกกะอย่างเยย U v U,,

https://twitter.com/ESBR_Val/status/487590388639600640 

ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้...ยังไม่จบรูทก่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

เก๊าดองเอง แงง ขอโทษมากๆค่ะะะ Y v Y

ขอบคุณคุณวาลและผปค.ด้วยนะคะสำหรับคำขอที่น่ารักมั่กๆและที่มาโรลกัน ฮือออ /ผปค.อยากพุ่งเข้าไปกอดแทนจังเลยค่-- #โดนชก

ถ้าทำอะไรไม่ดีไปก็ขออภัยด้วยนะคะะะ คิลเป็นเด็กที่เด็กจีๆ...ความคิดความอ่านอาจจะแปลกๆซะหน่อย../ซับ #ส่วนผปคก็สติไม่ค่อยเต็ม #พราก

 

-------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้าย ขอบคุณสตาฟทุกท่านที่จัดกิจกรรมขึ้นมานะคะะะะ ! ;; /// ;;)/