[K] Halloween Event

posted on 05 Dec 2013 19:49 by loveyanisa
 เข็นตัวเองมาอัพในนี้ด้วย...(. .
 
--------------------------

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของงงงง

 
 

 



ว่าด้วยอีเว้นท์ฮาโลวีน!

จากแท็ก..#ฮาเร็มเทพ เอ้ยยย #บ้านผีสิง

---------

 

 

 

 

          “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

          “เห้ย!!!!!”

 

          “เปรี้ยงงงง!!!”

 

          “ไซกะจางงงงงงงงงงงง”

 

          “ฮือออ ฮือออ ฮือออ”

 

          “พี่นานากิไปไหนนนนนนนนนนนนน”

 

          “ไซคิเดี๋ยวก่อนนนน คนหายยยย”

 

          “หึหึหึหึ..”

 

          “อิวาซากิซังงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”

 

          “ฮืออออออออออ”

 

หนกหู..

หนกหูมากๆ..

มาก...มาก

ทั้งเสียงคนร้องไห้

ทั้งเสียงหัวเราะ

ทั้งเสียงโวยวาย

สลับกันจนปวดประสาทไปหมด..

 

          “อะไรวะะ อะไรรร พูดทีละคนได้ป้ะะะไม่ได้ยินวุ้ยยยย”  จู่ๆก็แหกปากออกมา..พร้อมเตะกำแพงแถวๆนั้นระบายอารมณ์ด้วยความอดทนที่จู่ๆก็หายวับไปอย่างผิดปกติ..

 

          แล้วพื้นใต้ล่างก็เปิดออก และฉัน  “เฮ้ย!!!!”  ...ก็ตกลงไป

 

          “อูย...เจ็บอ่ะะะะ....”  โทคุอิ ไซคิ เด็กหนุ่มผู้เหลือเพียงหัวเดียว ในบ้านรกร้างปริศนา ตกลงมายังซักที่ของบ้านซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่ไหน แต่ก่อนที่จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรและควรทำยังไงต่อ อย่างแรกที่เจ้าตัวจะต้องทำเลยก็คือ....ลุกขึ้นมาปัดตัว...

 

          “มืดแท้...แต่เงียบดีอ่ะ...ฝุ่นเยอะด้วย”  ทั้งๆที่ตามปกติออกจะรักสะอาดแท้ๆ..แต่คงเพราะผลของคุ้กกี้ทำให้เจ้าตัวรู้สึกยินดีที่ได้อยู่ในห้องที่ฝุ่นรกๆ (แต่ไม่แสดงออก)

 

“...ไซคิ...”

 

หา?

 

          “……ไซคิ..”

 

          “หืม....ใครเรียกอ่ะ?...เสียง.....คุ้น”  ในความมืดที่แทบจะไม่เห็นอะไร เสียงปริศนาที่คุ้นแสนคุ้นลอยมาตามลมเหมือนเชิญชวนให้ก้าวเข้าไปหา..

 

          “ไซคิ..”

 

          “..ไซคิ”

 

รู้แล้วน่า..

 

          “อ่า...เรียก....ทำ...ไม..หนักหนา..........พ่อ”  ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าตามเสียงพร้อมกับพึมพำบ่นเสียงที่คอยเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

          “ไซคิ”

 

“ไซคิ ไซคิ..”

 

“หนกหู.....”  เจ้าของชื่อเริ่มสบถออกมาเพราะเสียงเรียกมันยังไม่หยุดซักที เรียกซ้ำๆย้ำๆ..จนน่ารำคาญ...แต่ถึงแม้ปากจะบ่น เท้าทั้งสองก็ยังคงก้าวไปตามเสียงไม่มีหยุด จนความมืดข้างหน้าเริ่มหายไปและถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างที่จ้าจนแสบตา.. “..อะ...ไร...”

 

          “ทางออก?”  ไซคิเดินก้าวยาวๆไปข้างหน้าเพราะคิดว่าแสงสว่างนั่นอาจจะเป้นทางออกจากบ้านที่หนกหูนี่ แต่เมื่อความมืดถูกไล่ออกไปจนหมด..และแสงสว่างเริ่มลดลงจนสามารถมองเห็นข้างหน้า..

 

          สิ่งที่ปรากฎแก่ดวงตาสีทองคู่นั้น..กลับเป็น...สถานที่ซึ่ง  เขา  เติบโตมา

 

          “...ไม่ใช่...นี่...บ้าน?...บ้าน......ทำไม...ที่นี่?...”  ในขณะที่ยังคงมึนงงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กคนหนึ่ง ที่ดูแล้วจะอายุน้อยกว่าเขาหลายปี เด็กผู้มีเส้นผมสีดำสนิท แตกต่างจากสีผม(อันเฟบูลัส)ทั้งสามสีที่เขามีในตอนนี้...เด็กคนนั้น..ที่กำลังเดินดุ่มๆตัดหน้าเขาไปยังกับว่าเขาไม่มีตัวตน

 

          “เฮ้ย นายอ่ะ”  เขาพยายามยื่นมือไปคว้าเด็กคนหน้านั้นไว้ แต่มือที่ควรจะจับเด็กคนนั้น กลับหวืดผ่านร่างไป เหมือนเขาเป็นแค่ภาพลวงตา หรือบางทีเด็กคนนั้นจะเป็นภาพลวงตาสำหรับเขาก็ไม่ทราบได้..

 

          “...อะไร?...”  ไซคิก้มลงมองมือตัวเองที่หวืดไป แล้วค่อยๆเริ่มประมวลผลในสมอง..สายตาตวัดกลับไปมองที่เด็กคนเดิม ก่อนดวงตาที่เรียบนิ่งนั้น..จะแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ

 

          “...นาย....ภาพลวงตา?..เฮอะ จะท้าทายกันรึไง”  แน่นอนว่าในเมื่อมีบางสิ่งท้าทายเขาถึงขนาดนี้ คนที่ยอมแพ้ก่อนไม่เป็นอย่างเขา ก็จะตามคำท้ามันไปทันที..

 

          ในขณะที่ก้าวเอื่อยๆตามเด็กที่เห็นไป..ภาพข้างหน้าก็เหมือนโดนกระชากรุนแรง แล้วสิ่งที่เห็นในดวงตาก็เปลี่ยนไป........คนมีอายุทั้งชายและหญิงจำนวนมากที่ต่างล้วนอยู่ในชุดกาวน์ กำลังรายล้อมเขา..หรือจะพูดให้ถูกก็คือ กำลังรายล้อมเด็กคนนั้น ที่อยู่ข้างๆเขา  “...หึ...ทำออกมาดีนี่...”

 

          ไซคิ หลับตา..ไม่ต้องการรับรู้ภาพที่ว่าเด็กคนนั้นกำลังรู้สึกทรมานขนาดไหน ไม่ต้องรับรู้ว่าคนรอบข้างทำสีหน้ายังไง ไม่ต้องรับรู้ว่าคนรอบข้างพูดอะไร และไม่รับรู้ว่าคนรอบข้างหวังให้เขาเป็นอย่างไร

 

          “คาดหวัง กดดัน ไล่ต้อน ..บับบีงคับ....เฮอะ...ฉันไม่ใช่คนเก่าอีกแล้ว....”  ใช่แล้ว เด็กคนนั้น คือสิ่งที่ทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ของจริง เพราะเด็กคนนั้น...คือตัวเขาเอง... ตัวเขาในอดีตที่ต่างมีผู้คนคาดหวังไว้มากมาย ด้วยความเป็นอัจฉริยะ การศึกษาสูงด้วยอายุที่ยังน้อย ความสามารถที่มี..ใครต่อใครต่างก็โยนงานและผลักดันเขา และเมื่อเขาปฎิเสธหรือทำไม่ได้ สิ่งที่ตามมา..คงจะเรียกได้ว่า บทลงโทษ..

 

          เสียงจากรอบข้างเริ่มเงียบไป เขาจึงลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฎแก่สายตาในตอนนี้..เป็นเด็กคนเดิม ตัวเขาในอดีตเช่นเดิม...แต่ต่างไปตรงที่ดูมีอายุมากขึ้น ...คงเป็น..ช่วงเวลา  ที่เติบโตขึ้น

 

          “....ไทม์แมชชีนรึไง หึ..”  ตัวตนในปัจจุบันเหยียดยิ้มออกมาด้วยความสมเพชตัวเอง ทั้งๆที่คิดว่าเรื่องในอดีตจะไม่ส่งผลใดๆกับเขาแล้วแท้ๆ แต่พอเจอของหลอกๆแค่นี้ กลับหวั่นไหว..ไปซะได้..

 

          ห้องแลป..นั่นคือสิ่งที่เห็นตอนนี้ ห้องที่เต็มไปด้วยหลอดสารเคมี และกระปุกใส่สิ่งต่างๆมากมาย กับคนในห้องราวๆสามคน ซึ่งล้วนอยู่ในชุดกาวน์ และแน่นอน..หนึ่งในสามคนที่เห็นนั้น คือตัวเขา...ในอดีต

 

          แล้วจู่ๆห้องแลปที่เงียบสงบก็ถูกแทรกด้วยเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน

 

          ‘ไซคิซัง!’  ผู้ชายที่ดูยังไงก็มีอายุมากกว่าเขาในปัจจุบันเอ่ยเรียกเขา อ่า..ว่าให้ถูกคือเขาในอดีตทีเห็นอยู่ แล้ว ‘เขา’ ก็เดินเข้าไปคุยอะไรซักอย่างกับชายคนนั้นแล้วทั้งคู่ก็พากันเดินออกจากห้องแลปไป

 

          “…ทำออกมาดีจริงๆ ..เหมือนตอนนั้นเป๊ะๆ ฮะ ฮะ..”  ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าออกไปไหน และไปทำอะไร...แต่เท้าทั้งสองข้างก็ยังคงก้าวตามทั้งสองคนออกจากห้องไป

 

          หลังจากก้าวพ้นประตูห้องแลป สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือ ชายหญิงวัยทองสีหน้าไม่สู้ดี และในอ้อมแขนของชายคนนั้นยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักกำลังหอบหายใจรวยรินแทบไม่ขยับเขยื้อนอยู่

 

          “………ไอ?.....”  ไม่ใช่แค่ตัวเขาในอดีตที่วิ่งอย่างร้อนรนเข้าไปหาเด็กหญิง แต่ตัวเขาในตอนนี้เอง...ก็เกือบก้าวเข้าไป...เข้าไปสู่อดีต..อดีตที่ผิดพลาด..

 

          เพียงแต่หยุดตัวเองไว้ได้ ย้ำตัวเองว่าของที่เห็นตรงหน้าเป็นเพียงภาพลวงตา เท่านั้น

 

          ‘ได้โปรดเถอะนะ เธอทำมันได้ใช่มั้ยล่ะ ช่วยไอด้วยเถอะนะ ป้าขอร้อง’

 

          ‘ไซคิคุง พวกเราไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว ขอร้องล่ะ ขอร้อง’

 

          ตลกสิ้นดี ทั้งๆที่สามคนนั้นคุยกันตั้งหลายประโยค แต่ทำไม ถึงจงใจให้เขาได้ยินเพียงเท่านี้ จะซ้ำเติม อีกแค่ไหนกัน..

 

          ‘แต่ว่ายานั่น ผมยังไม่ได้ทดลองกับสิ่งมีชีวิต..’

 

          ‘ถึงจะอย่างนั้น แต่ได้โปรดลองเถอะ ...ถึงจะไม่มีโอกาสสำเร็จแต่ขอร้องล่ะนะ! ไม่งั้นไอได้ตายไปตรงนี้แน่ๆ! ขอร้องล่ะ!!’ 

 

          ชายหญิงทั้งคู่แทบจะหมอบกราบต่อหน้าเด็กผู้ชายที่อายุน้อยกว่าเป็นรอบๆ ใบหน้าที่ผ่านประสบการณ์ทั้งคู่นั่นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ที่เห็นแล้ว คงอดเวทนาไม่ได้

 

          “...หยุด...พอซักที...”  ไซคิหันหน้าหนีจากภาพตรงหน้า หลับตา ปิดหู แต่กระนั้นเสียงร่ำไห้นั่นก็ยังชัดก้องในหู ภาพน้ำตาที่หลั่งทะลักยังคงชัดเจนในหัว จนแทบบ้า..

 

          ‘...แต่ว่ามัน...ผม................ก็ได้ครับ’  ไซคิลืมตาโพลงหลังจากได้ยินประโยคตอบรับสั้นๆจากตัวเองในอดีต

 

อย่านะ..

 

          ‘...ผม...จะลองดู’

 

หยุด..

 

          ‘..ไอ...อดทนเข้านะ ผมจะทำให้เธอหายให้ได้..’

 

หยุด!

 

          “ฉันบอกให้หยุด! มันยังใช้ไม่ได้!! หยุดสิวะ!!!”  แล้วความอดทนที่เคยมีก็หมดลง ไซคิวิ่งพรวดอย่างคนสติแตกเข้าไปขวางหน้าทั้งสามคน แต่ก็แค่การเสียแรงเปล่า...ทั้งสามเดินผ่านตัวเขาไปอย่างไม่รู้สึกอะไร เหมือนเขาไม่มีตัวตน ณ ที่นั้น...และนั่นคือความจริง

 

          เขาหันหลังกลับและวิ่งตามทั้งสามคนไปอย่างสุดฝีเท้า แต่ยิ่งออกแรงวิ่งมากเท่าไหร่ ภาพทั้งสามที่ปรากฎแก่ดวงตาคู่นั้นก็ยิ่งห่างไกลออกไป

 

          “อย่า!!!”  อีกครั้งที่ภาพที่เห็นโดนฉีกกระชาก เรื่องราวต่างๆถูกตัดไปตัดมาเพื่อย้ำและซ้ำเติมผู้ที่ติดในความทรงจำ ทั้งภาพในวันที่เขาเอ่ยปากตกลงไป ภาพเด็กหญิงน้อยๆที่ถูกรักษา ภาพที่ทุกคนเข้าใจการรักษาสัมฤทธิ์ผล ภาพที่ทุกคนกลับมามีความุข ภาพที่เด็กคนนั้นแข็งแรงขึ้น..

 

          “หยุดสิวะ!”  ไซคิลงไปนั่งกองกับพื้นตรงนั้น...เขาพยายามออกจากความท้าทายที่ก้าวเข้ามาเองอยย่างสุดกำลัง แต่ไม่ว่าจะบีบทึ้งหัวตัวเองแรงแค่ไหน จะสลัดมันออกไปยังไง...ก็ยังคงเห็นชัดเจน เห็นความผิดพลาดครั้งนั้นชัดเจน เหมือนมันฉายมาจากในหัวเขาเอง

 

          แล้วเหตุการณ์ต่อมาคือการทรุดลงของเด็กหญิง...อาการย่ำแย่กว่าตอนแรกที่เห็นจากความทรงจำ..ย่ำแย่ เหมือนคน...ใกล้ตาย..

 

          “หยุดสิวะ!! พอที! พอที!! ไอตายไปแล้ว ตายไปแล้ว!!!!”  และภาพสุดท้ายของเด็กผู้หญิงที่เขาได้เห็นนั้น คือวาระสุดท้าย...การดับสูญของชีวิตเล็กๆชีวิตหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าเขายังอ่อนแอไร้ความสามารถเพียงใด

 

          เสียงร้องไห้ดังระงมของผู้ที่เป็นพ่อแม่และเหล่าเครือญาติของเด็กหญิงผู้เป็นที่รัก ผ่านหูไซคิไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ...แต่ยิ่งกว่าเสียงใดๆนั้น เสียงที่ชัดและก้องที่สุด คือเสียงร้องไห้ ของเด็กชาย...ของเขาเอง... 

 

          หลังจาก ไอ ตายลง เด็กชายขังตัวเองไว้ในห้องทดลองที่บ้าน ไม่กินไม่นอน ไม่ออกจากโลกภายนอกหลายต่อหลายวัน ไม่ว่าใครจะพยายามเรียกพยายามเข้าไปยังไงก็ไม่สามารถดึงเขาออกมาจากห้องนั้นได้..จนผ่านไปราวอาทิตย์ ทุกคนก็พบว่าเด็กชายนอนหมดสติอยู่ในห้อง..เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและสารเคมี .....และภาพในความทรงจำก็ถูกตัดลง..

 

          “...ฉัน...ผิด......ทั้งหมดก็เพราะฉัน....ขอโทษ..”  น้ำตาที่ไหลออกมาจากตัวตนในปัจจุบันอาจจะไม่ได้มากเท่าในอดีตแต่ความรู้สึกผิดนี้ไม่ได้ต่างไปเลยแม้แต่น้อย..

 

          “ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ...ถ้าฉันไม่ตกลง ถ้าฉันทำให้ดีกว่านี้....พี่.....ขอโทษ.....ขอโทษ........ขอโทษ”  กล่าวย้ำๆซ้ำๆจนเหมือนคนบ้า..

 

‘ทั้งหมดก็เพราะนาย ไอตายเพราะนาย’

 

          เสียงที่คุ้นหูมาก แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเสียงใคร ดังขึ้นมาในความมืดตรงหน้า..

 

          “…..ฉัน.....ฉัน........ขอโทษ”

 

‘นายมันเลว ไอห่วย ...บัดซบ’

 

‘นายมันฆาตรกร....’

 

          “ฉันรู้!!! รู้แล้ว!!!!!!”

 

          “ฉันก็พยายามแล้ว!!! ก็เปลี่ยนไปแล้ว!!! ฉันช่วยคนได้....ฉันไม่ใช่คนเก่า เข้าใจมั้ย!!!!!”  แหกปากตะโกนแทบคอแตกให้กับความมืด...ความมืดที่สร้างขึ้นมาเอง

 

‘แล้วยังไง ยังไงเรื่องทีไอตายไปก็เป็นความจริง’

 

          “..ฉันก็ชดใช้อยู่นี่ไง!! ไอต้องให้อภัยฉันแน่ๆ!!...”  ใช่...ทำไมถึงไม่นึกออกตั้งแต่แรกนะ...เด็กนั่น...ไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดฉันเลยนี่...ยัยบ๊องนั่นน่ะ...

 

‘นายมันรกโลก..ควรจะหายๆไปซะ..’

 

          “…แกนั่นแหละ ออกไปซะ!!!!!!!!!!”

 

‘หึ...ต้องมีคนตายเพราะแกอีกแน่ๆ..’

 

          “ไม่!!! ฉันไม่พลาดอีกแล้ว!!!!!”  ปล่อยกำปั้นที่กำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นไปด้านหน้าเต็มแรง ตรงเข้ากับกำแพงที่มืดมิด จนเลือดสีแดงสดไหลออกมาเต็มมือ.....แต่แม้จะเจ็บ..แต่มันก็ช่วยไล่ความบ้าคลั่งนั่น...ไปได้อย่างดี

 

‘แล้วจะคอยดู....ไอฆาตรกร..’

 

          “ฉัน...ไม่ใช่ฆาตรกร...พวกแกนั่นแหละ...สวะ”  แล้วทุกสรรพเสียงก็เงียบหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

...

 

“หุบปากแล้วสินะ...จบซักที .....หึ..”  ชายหนุ่มคนเดิมกลับมา เขาลุกขึ้นพลางปาดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้าลวกๆ แล้วเดินก้าวยาวๆไปข้างหน้า

 

“ฉันขอนับถือว่าทำมาเนียนว่ะ..”  กระตุกยิ้มเหยียดก่อนจะยกฝ่าเท้าขึ้น.....

 

โครมมม!

 

          แล้วถีบไปที่เสาบ้านซักต้นเต็มแรงแบบไม่มียั้ง ..และมันก็หัดลงอย่างสง่างาม (อาเมน...)

 

“ไปดีซะ...บ้านห่วย...เฮอะ...”  ทางออกของจริงอยู่ข้างหน้าไม่ไกล ก่อนจะก้าวเดินไป ไซคิหยิบผ้าพันแผลจากในกระเป๋าเสื้อออกมาพันลวกๆ แล้วก้าวเดินต่อไป...สู่ความเป็นจริง


            หลังจากชายหนุ่มเดินออกจากบ้านไป..เบื้องหลัง กลุ่มควันจางๆก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง..



 ((แปะรูปไม่ขึ้น..*พราก ลิงค์ไปทางนู้นเนาะะ http://my.dek-d.com/loveyanisa/writer/viewlongc.php?id=1058279&chapter=1 ))

 

.

.

.

.


“อ่าว...ไมออกมาก่อนฉันอ่ะ?”  พอพ้นประตูบ้านมาแล้ว เบื้องหน้าก็เป็นเหล่าผองเพื่อน(?)ที่อยู่กันครบองค์ประชุม สรุปว่าเขาออกมาเป็นคนรองสุดท้าย เหล่าคนที่ออกมาก่อน บางคนก็นั่งลุ้นๆอยู่แบบเก็บอาการเต็มที่...บางคนก็หลับไปเรียบร้อยแล้ว แต่ดูเหมือนส่วนใหญ่จะไม่มีใครเจ็บตัวหรือเป็นอะไร...เว้นซะแต่อีกคนที่ยังไม่ออกมา...น่ะนะ

 

หลังจากที่รอแล้วรออีก...จนเด็กหลับกันไปเป็นแถบๆ(?) หญิงสาวคนสุดท้ายก็ออกมาในสภาพที่เกือบจะดี...เกือบจะน่ะ..

 

แล้วบ้านปริศนานั้นก็หายวับไปกลับตาเหลือเพียงตุ๊กตาตัวเล็กๆหนึ่งตัว...ซึ่งมองๆไปก็เหมือนจะสวย แต่ถ้ามองผ่านสายตาเทพบางองค์(?) มันก็ธรรมดาๆล่ะนะ..

 

หลังจากนั้นเหล่าสาวๆหนุ่มๆก็ถกประเด็นปัญหาหัวข้อ ‘จะทำยังไงกับตุ๊กตานี่ดี’ และด้วยข้อสรุป ..ไซคิ ผู้หล่อและใจดีมาก(.......)ก็รับผิดชอบเอาไปเก็บไว้ประดับบารมีเล่นๆ ..ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าตัวก็กะจะเก็บมาให้เพื่อนร่วมแคลนที่ดูอยากจะได้มันละเกินน่ะนะ..แต่ไม่รู้ว่าเพราะยุ่ง ขี้เกียจ หรือลืมกันแน่ มันเลยจุมปุ๊กอยู่ที่ห้องของไซคิตลอด จนจู่ๆวันนึงก็หายไปเองแบบที่ยังเบลอๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 --จบจ้า--

 

ส่วนคุ้กกี้...บ้าจริง ฉันลืมตรงนี้ไปไดไงน่ะ พี่ชาย orz

 

ไซคิแฮปปี้ลัลลาดี(?)กับฝุ่นค่ะ...ไม่มีอะไรมากนอกจาก แหกปากโวยวายใส่ฝุ่นเล็กน้อย(และขอแต่งงานไปที(?)) ซึ่งดูจะอาการเบากว่าคนอื่นนะ..ฟฟฟฟฟ #โกงมาก #เอะ..

 

----

ขอมุมย๊าวยาวให้ผปค.หน่อยนะก๊ะ..

อย่างแรก...บ้าจริงงงง นี่มันอัลไลลลลลล ทำไมยาววะคะะะะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ

ภาษาตัลหลกมากกก นี่หรือคือภาษาเขียนของเราาาาา ถถถถ lllorz


*โอเคเข้าประเด็น (?)*

ตามจริงแล้ว สิ่งที่ไซคิกลัวที่สุด คือ ‘ตัวเอง’ ค่ะ

ตัวเองที่ผิดพลาด ตัวเองที่ไม่ได้เรื่อง ตัวเองที่ไม่สมบูรณ์แบบพอ

และด้วยที่ ‘ไอจัง’ เป็นคนสำคัญมากคนหนึ่งของไซคิ นั่นทำให้เจ้าตัวยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิดมากๆ เพราะเป็นคนตัดสินใจให้ใช้ของที่ยังไม่สมบูรณ์

แต่ถ้าเกิดยาหรือของอะไรที่เจ้าตัวทดลองจนสามารถใช้ได้จริง และออกจำหน่ายทั่วไป แล้วเกิดมีคนซื้อไปกินเกินขนาดหรือใช้ผิดวิธีจนตาย...อันนั้นไซคิไม่รู้สึกผิดหรอกนะ lol #อ้าว..

 

ตามจริงแล้ว ความรู้สึกผิดและเสียใจทั้งหมดจากเหตุการณ์ตอนเด็กนั่น ไซคิลบมันออกไปจากใจหมดแล้ว..แต่คงเพราะอาถรรพ์จากบ้านปริศนานี่ เลยทำให้สิ่งที่ควรหายไปแล้วกลับมา..อ้ะ แต่ตอนนี้ถึงจะเจอแบบนี้อีก ก็อาจจะไม่รู้สึกผิดมากอะไรแล้วล่ะ! *^*o #มั้งนะะะะะ #ฟฟฟฟ


ส่วนตัวเนื้อหา...ใครอ่านแล้วไม่งงเดี๋ยวส่งไซคิไปรับใช้เบย #มรั่ย..

ในเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวๆสี่ปีก่อนค่ะ น้องไอ ซึ่งเป็นคนสำคัญมากๆสำหรับไซคิในตอนนั้น บังเอิญเป็นโรคชนิดใหม่ที่ยังไม่มีทางรักษา...ก็ประมาณนี้แหละนะ! #ขี้เกียจอธิบาย #อ้าวอ้าว..


พูดถึงส่วนของอีเว้นท์...สนุกมากชิงๆ ฟฟฟฟ ขอบคุณ ชิโนะจังที่เริ่มชวน นาโอกิจัง นานากิจัง โทโมฮารุจัง ฮิคาริจัง มิชิโกะจัง!! ที่เข้าไปฝ่าฟันด้วยกัน ฮ่าา

ทีแรกไม่คิดเลยว่าจะมีอีเว้นท์ที่ชวนเปิดอดีตไวขนาดนี้ ฟฟฟฟ ดูเหมือนเค้าจะบอกประวัติของไซคิเยอะมากก ถถถถ #แต่ก็ยังมีที่ไม่ได้กล่าวอีกเยอะนะ! #คิดว่านะ...orz

พอมาเป็นแบบนี้แล้ว...รู้สึกอยากเขียนเรื่องของไซคิและไอ *กลิ้งง* #สองคนนี้ไม่ได้มีซัมติงกันนะ! #...



แค่นี้ล่ะค่ะ สวัสดีค่าา!! X3

#บอกทีว่าเขียนท้ายตอนของเค้าไม่ได้ยาวกว่าฟิคข้างบน..#... 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

/ไหลเข้ามาอย่างสโลวโมชั่น ,,( v 3 v)
เข้ามาอ่านแต่ไม่ได้ฤกษ์เม้นท์ซะที ฟฟฟฟฟฟ 
สารภาพ(ไปแล้ว(?))ว่าเป็นอะไรที่อ่านแล้วน้ำตาจะไหลพรากมากๆ ;;;
นี่พอทำให้เค้าเข้าใจว่าทำไมไซคิถึงดูจริงจังเวลามีใครมาขอเรื่องทดลองอะไรงี้.. #จากการสตอล์--
ร..เรารู้สึก...ร..ร....รวดร้าว ;;; A ;;; #หะ 
คิดมาตลอดล่ะว่า ตัวเราในวันนี้มันมักจะมีเบื้องหลังมาจากในอดีตซำเหมอ..แล้วกับไซคิมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ /ลูบย้อนหลัง(...) #ทันมั้ย
สุดท้าย..เอนทรี่ฮาโลวีนเป็นเอนทรี่เรียกน้ำตาจริงๆนั่นแหละะ แงแง  /รู้สึกเซนสิทีฟ #.....
ปล. ขอบคุณสำหรับแว่นล่ะ ! #มั่ยย

#1 By hmromantic on 2014-06-29 11:37